วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

เร็วอร่อยจากผงปรุง (ชู) รสซอง-อันตราย



อิทธิพลการโฆษณากรอกหูกรอกตาทางโทรทัศน์ทุกวี่ทุกวันสามารถสร้างความคล้อยตามได้มากทีเดียว เฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่ผู้คนมักอ้างว่ามีเวลาพิถีพิถันน้อย

เร็วอร่อยจากผงปรุง(ชู)รสซอง-อันตราย

การปรุงอาหารก็เลยเข้าทางโฆษณาอร่อยแบบรวบรัดตัดตอนเวลาได้ด้วยผงปรุงรสซองเดียว สมใจคนรุ่นใหม่ รวดเร็วทันใจ 1 ซองทำให้รสชาติอาหารครบรสอร่อย นัวแซบ อูมามิ ฯลฯ ไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบร้อยแปดพันเก้าชนิด ง่ายสะดวก เหมาะกับครัวยุคใหม่หนึ่งซองสุดมหัศจรรย์มีหลากหลายชนิดเมนู

คำโฆษณาชวนเชื่อกรอกตากรอกหูทุกวันลบภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพชนไปเสียสิ้นคือการปรุงรสอาหารด้วยวัสดุธรรมชาติวัดความอร่อยฝีมือคนปรุงล้วนๆ แต่ไม่มีอันตรายแอบแฝง

ผู้เชี่ยวชาญการปรุงและชิมอาหารระดับกูรูอย่างคุณนุชนาฎ ศิริชยาพร คอลัมนิสต์นิตยสาร Go Green  ได้สาธิตการทำผัดเปรี้ยวหวานที่เหมือนกันทุกอย่าง โดยใช้เครื่องปรุงจากของสดธรรมชาติตามปกติแบบไทยโบราณกับ เครื่องปรุงที่เป็นซองผงผัดนั่นเอง

ณ งานเทศกาลกินเปลี่ยนโลกครั้งที่ 1 Taste of food "ลำ อร่อย หรอย แซบ" ณ สวนสันติชัยปราการ โดยมูลนิธิชีววิถี(BioThai) แผนงานความมั่นคงด้านอาหารภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

แม่ครัวสาธิตรายนี้ อธิบายถึงสิ่งที่ยังไม่รู้ยังไม่เห็นเกี่ยวกับผงปรุงสำเร็จ ที่หลายคนคิดว่าสำเร็จ แต่จริงๆ อาจจะเสร็จเพราะอัตราที่กลมกลืนอยู่ในความอร่อยนั้นดังโบราณว่าน้ำผึ้งเจอยาพิษนั่นกระมัง (ผู้เขียนเติมให้)

"การปรุงอาหารปกติ อย่างมากก็มีเครื่องปรุงไม่เกิน 3 ขวด การปรุงอาหารเป็นศาสตร์และศิลป์ จะรีบไปไหนที่จะต้องใช้เครื่องปรุงแบบซองห่อเดียวแบบเบ็ดเสร็จและที่สำคัญผงปรุงสำเร็จมีสารปรุงรสเยอะ นั่นหมายถึงผงชูรสเยอะมากด้วย"

คุณนุชนาฎบอกอีกว่า ผงชูรสนั้นไม่ใช่แต่ในรูปโมโนโซเดียมกลูตาเมตเท่านั้น ไปอ่านฉลากจิ๋วๆ ข้างหลังผงผัด ผงปรุงรสแบบซองดูว่ามีอะไรบ้าง ทั้งไดโซเดียม ไอโอซิเนตโซเดียมกัวไนเลต เหล่านี้คือ รูปแบบของเกลือที่เป็นผงชูรสทั้งสิ้น
ว่ากันว่าในเมนูที่มีรสเปรี้ยวอย่าง ลาบ ยำต่างๆ มีการใส่กรดซิติก หรือกรดมะนาวที่เป็นสารสังเคราะห์ลงไป ยังมีการเจือสีธรรมชาติเข้าไปอีก

เข้าทางคนรุ่นใหม่ต้องการสิ่งปรุงรสที่รวดเร็วจะธรรมชาติหรือไม่ไม่เป็นไร ขอให้ไม่ต้องมานั่งบีบนั่งเค้นมะขามเปียก น้ำมะนาวเป็นพอแล้วเสียเวลา

คุณนุชนาฎ เล่าต่ออีกว่า แม่ครัวในต่างจังหวัดมีวัตถุดิบในการปรุงอาหารมากมาย พอมีฝีมือ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ผงปรุงสำเร็จซองเดียวแต่ที่ยังใช้กันอยู่คือ ผงชูรส หรือบางครั้งไปถามว่าใช้ผงชูรสหรือไม่ แต่กลับบอกว่า ไม่ใช่

"ที่น่าตกใจ เมื่อถามว่า ใช้ผงที่ทำให้รสชาติดีหรือไม่ กลับบอกว่าใช้ โดยที่ไม่ล่วงรู้เลยว่าผงที่ทำให้รสชาติดีเหล่านั้น คือ ผงชูรสนั้นเองเป็นเพราะผงเหล่านี้ ไม่ได้มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวอย่างที่คุ้นตา แต่กลับกลายเป็นผงสีน้ำตาลอ่อนคล้ายพริกไทยป่นแทนเรื่องที่เข้าใจผิดกันนี้จำเป็นต้องให้ความรู้พวกเค้าด้วย"

คุณนุชนาฎ บอกว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนที่ยึดติดกับรสชาติ (ผงชูรส)อร่อย เป็นเรื่องยาก แต่ความอร่อยนั้นจะค่อยๆ สะสมความทุกข์สะสมอันตรายให้กับร่างกายเรื่องนี้จำเป็นต้องสื่อสารไปกับสาธารณะให้มากๆ ระวังเรื่องการปรุงอาหารให้มากขึ้น และต้องคำนึงถึงอันตรายที่แฝงมากับความอร่อยนั้นให้มากๆ

ฝีมือปรุงอาหารแบบโบราณเป็นภูมิปัญญาไทยรสชาติอร่อยจนได้รับฉายาเสน่ห์ปลายจวัก ใครชอบรสใดก็ปรุงเอาแต่ไม่ใช่ผงชูรสแน่ แต่ถ้าปรุงรสจัดแม้จะเป็นธรรมชาติก็ตามก็อันตรายอาจพาสู่โรคความดันโลหิตสูง โรคไตได้ ยิ่งเป็นวัสดุไม่ธรรมชาติ เช่นผงปรุงก็ยิ่งมองเห็นอันตรายอยู่แค่เอื้อม ถึงจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่อ้างว่าทำอะไรแข่งกับเวลา แต่เรื่องอาหารอย่าได้ปฏิเสธความพิถีพิถันใช่การปรุงด้วยผงชูรส เพราะเร็วรสชาติอร่อยแต่ลืมนึกไปว่าที่แฝงมาด้วยทุกมื้อคืออันตรายที่สะสมไว้ตัวเองและครอบครัว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น